การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
ความมุ่งมั่นของเรา
การบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าอย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะการประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกและประเมินคู่ค้า เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของบริษัทในมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสรรหาและคัดเลือกคู่ค้า การดำเนินงานร่วมกัน ตลอดจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติและจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้า เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน พร้อมทั้งสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าให้สามารถปรับตัวและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางและความคาดหวังของบริษัท อันจะนำไปสู่การสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
SDG 8
SDG 12
SDG 16
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
- ระยะสั้น : ดำเนินการพัฒนาโครงการความร่วมมือกับคู่ค้า/คู่ธุรกิจ จำนวน 2 โครงการ/ปี
- ระยะยาว : ดำเนินการพัฒนาโครงการความร่วมมือกับคู่ค้า/คู่ธุรกิจ จำนวน 10 โครงการ ภายในปี 2573
- ตรวจสอบการดำเนินงานของคู่ค้าในด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล

แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพด้วย ความรับผิดชอบที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัททุกกลุ่ม
ดังนั้นบริษัทจึงมีกระบวนการและแนวทางในการบริหารจัดการคู่ค้าที่มีส่วนร่วมต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับองค์กร ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อมว่า การดำเนิธุรกิจระหว่างคู่ค้าและบริษัทนั้น ได้ดำเนินธุรกิจภายใต้ความรับชอบผิดชอบที่มีต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ได้หวังเพียงแต่ผลตอบแทนที่เป็นมูลค่าทางการเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการดำเนินธุรกิจภายใต้คำว่า “รับผิดชอบ” เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้พัฒนาต่อไปได้ในระยะยาว โดยมีแนวทางในการบริหารจัดการ ดังนี้

จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจสำหรับคู่ค้า
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม บริษัทจึงได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของคู่ค้าให้เป็นไปอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบในทุกมิติ และสอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทมุ่งหวังให้คู่ค้าทุกรายร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน
การจัดซื้ออย่างยั่งยืน
บริษัทมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (Sustainable Procurement) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยมองคู่ค้าเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างคุณค่าและความยั่งยืนให้กับธุรกิจ
บริษัทกำหนดแนวทางการจัดซื้ออย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ การจัดหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน การประเมินและบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดซื้อ
นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดแนวทางธุรกรรมและข้อพึงปฏิบัติสำหรับคู่ค้า เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี และสนับสนุนให้คู่ค้านำแนวปฏิบัติเดียวกันไปใช้กับคู่ค้าของตนเองต่อไป อันเป็นการยกระดับมาตรฐานทางจริยธรรมและคุณภาพตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืนระหว่างบริษัทและคู่ค้าในระยะยาว

การประเมินคุณสมบัติและประสิทธิภาพของผู้ขายและผู้ให้บริการ
เครื่องมือที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการประเมินคุณสมบัติและประสิทธิภาพของผู้ขายและผู้ให้บริการ โดยการประเมินครอบคลุมถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง คุณภาพของสินค้า และบริการ ตลอดจนการปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และสนับสนุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานของบริษัท โดยใช้ตัวชี้วัดที่ตั้งบนพื้นฐานของมาตรฐานการทํางานของคู่ค้า ดังนี้
การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
บริษัทบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการควบคู่กับการพิจารณาด้านราคาและคุณภาพ ในกระบวนการจัดหาสินค้าและบริการ บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการลดของเสียตลอดวงจรห่วงโซ่อุปทาน บริษัทกำหนดให้เกณฑ์ด้านความยั่งยืนเป็นหนึ่งในเกณฑ์การประเมินและคัดเลือกคู่ค้าทั้งรายปัจจุบันและรายใหม่ ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม และการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้มั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานของบริษัทดำเนินไปอย่างรับผิดชอบและสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการคัดสรรคุณภาพสินค้าและบริการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรและงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด รวมถึงการวางกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงของคู่ค้า เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ยึดหลักธรรมาภิบาลและนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเคร่งครัด
บริษัทยังให้การสนับสนุนแนวทางที่มุ่งเน้นการจ้างงานที่เป็นธรรม การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในท้องถิ่นผ่านการขยายเครือข่ายพนักงานทั่วประเทศ และการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับสถาบันการเงินและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งนำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาปรับใช้ในทุกขั้นตอนของกระบวนการบริหารหนี้ ตั้งแต่การคัดเลือกและรับซื้อพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพ การติดตามและเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างเป็นธรรม ไปจนถึงการส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีให้แก่ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสังคมโดยรวม
ด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าว บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพด้วยความรับผิดชอบที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัททุกกลุ่ม ดังนั้นบริษัทจึงมีกระบวนการและแนวทางในการบริหารจัดการคู่ค้าที่มีส่วนร่วมต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับองค์กร ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ตลอดจนสังคม และสิ่งแวดล้อม ว่าการดำเนินธุรกิจระหว่างคู่ค้าและบริษัทนั้นได้ดำเนินธุรกิจภายใต้ความรับผิดชอบที่มีต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ได้หวังเพียงแต่ผลตอบแทนที่เป็นมูลค่าเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการดำเนินธุรกิจภายใต้คำว่า “รับผิดชอบ” เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้พัฒนาต่อไปได้ในระยะยาว