การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ความมุ่งมั่นของเรา

บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการปฏิบัติตาม มาตรฐานแรงงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของพนักงานและเสริมสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ

โดยการปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทสามารถรักษาความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้อย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นการส่งเสริมความยุติธรรมในองค์กรและเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานได้อย่างเต็มที่ บริษัทมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน กฎระเบียบ และมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด เช่น การไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ การคำนึงถึงชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม รวมถึงการจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรมตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการจ้างงานที่เท่าเทียม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติในเรื่องเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา หรือความพิการ พร้อมทั้งการสร้างโอกาสในการเติบโตและพัฒนาบุคลากรทุกระดับ

อีกทั้งบริษัทยังให้ความสำคัญในการดูแลสวัสดิการของพนักงาน โดยการจัดให้มีสวัสดิการที่เหมาะสมและเพียงพอ เช่น ประกันสุขภาพ สิทธิการลาพักร้อน และสวัสดิการอื่นๆ ที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน รวมถึงการดูแลความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานที่ทำงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงจากปัจจัยที่อาจเกิดขึ้น

การเคารพสิทธิมนุษยชนในองค์กรยังเป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทให้ความใส่ใจ โดยไม่สนับสนุนการละเมิดสิทธิใดๆ อาทิ การคุกคามหรือการเลือกปฏิบัติทางเพศ หรือการกดขี่พนักงาน ซึ่งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมความเคารพซึ่งกันและกัน และช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในองค์กร

สุดท้าย บริษัทมีการตรวจสอบและปรับปรุงมาตรฐานแรงงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกกระบวนการที่ดำเนินการอยู่มีความโปร่งใสและเป็นไปตามข้อกำหนดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว


ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
ผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคล
หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล
ลูกค้าและผู้บริโภค

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

SDG 3
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่
SDG 4
การศึกษาที่มีคุณภาพ
SDG 5
ความเท่าเทียมทางเพศ
SDG 8
งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
SDG 10
ลดความเหลื่อมล้ำ
SDG 16
ความสงบ ยุติธรรมและสถาบันเข้มแข็ง

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย

  • จำนวนข้อพิพาทด้านแรงงานเป็นศูนย์
  • จำนวนชั่วโมงการอบรมและพัฒนาบุคลากรเฉลี่ย ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง / คน / ปี
  • ในปี 2568 คะแนนความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 75

ผลการดำเนินงาน

ในการดำเนินงานปี 2568 บริษัทไม่มีข้อพิพาทด้านแรงงานที่มีนัยสำคัญ
  • ในปี 2568 จำนวนชั่วโมงการอบรมและพัฒนาบุคลากรเฉลี่ย 32 ชั่วโมง/คน/ปี และมีค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมรวม 893,954.36 บาท
  • ในปี 2568 คะแนนความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรอยู่ที่ร้อยละ 76.60
    • ประกอบไปด้วยเกณฑ์การประเมินทั้งหมด 5 หมวด ได้แก่
      • หมวดที่ 1 : หน้าที่ความรับผิดชอบและสวัสดิการ
      • หมวดที่ 2 : ความสัมพันธ์ในองค์กร
      • หมวดที่ 3 : ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพเเวดล้อมในการทำงาน
      • หมวดที่ 4 : การพัฒนาศักยภาพและความก้าวหน้าในอาชีพ
      • หมวดที่ 5 : ผู้นำและการสื่อสาร

การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

บริษัทได้กำหนดนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานบนพื้นฐานของคุณธรรมและความเท่าเทียม ดูแลพนักงานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการปลูกฝังค่านิยม วินัย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัท รวมถึงข้อกำหนดของกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้พนักงานทุกคนมีบทบาทสำคัญในการผลักดันองค์กรสู่ความสำเร็จและบรรลุเป้าหมาย ในการเป็นผู้นำด้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยการบริการที่เป็นเลิศและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงาน จัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อีกทั้งยังมุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตขององค์กรในระยะยาว สนับสนุนการเติบโตในสายอาชีพตามศักยภาพของพนักงาน บริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการให้เหมาะสมและเป็นธรรม พร้อมส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง

บริษัทจึงกำหนดนโยบายการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อใช้เป็นหลักปฏิบัติและแนวทางปฏิบัติให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน และกำหนดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักปฏิบัติและแนวทางปฏิบัติให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปปรับใช้ปฏิบัติโดยดูแลถึงผลตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ดังนี้

  • 1
    การสรรหาและการรับบุคลากรเข้าทำงานจะต้องพิจารณาจากความเหมาะสมทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และ เช็คประวัติพฤติกรรมตามระเบียบของบริษัท
  • 2
    กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งพิจารณาค่าตอบแทนตามความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ซึ่งเป็นอัตราค่าจ้างสามารถแข่งขันในธุรกิจประเภทเดียวกันได้
  • 3
    กำหนดให้มีการจัดอบรม ปฐมนิเทศพนักงานใหม่ให้มีความรู้และความเข้าใจถึงรายละเอียดและกฎระเบียบต่างๆของบริษัท รวมถึงแนะนำโครงสร้างองค์กร ผู้บริหาร กระบวนการธุรกิจต่างๆ ในบริษัทไปจนถึงบริษัทย่อย
  • 4
    ส่งเสริมพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และความสามารถที่หลากหลาย (Multi – Skills) เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
  • 5
    ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรได้ใช้ความรู้ความสามารถทักษะของตนเองในงานของบริษัทได้อย่างเต็มที่
  • 6
    จัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี มีความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะอาชีวะอนามัย โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ และตามที่กฎหมายกำหนด
  • 7
    จัดให้มีกระบวนการบริหารค่าตอบแทนที่สร้างแรงจูงใจและผลตอบแทนตามคุณค่าของความสำเร็จของงาน
  • 8
    จัดสวัสดิการและกิจกรรมต่างๆให้กับพนักงาน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กรสร้างความสามัคคีและวัฒนธรรมที่ดีในองค์กร
  • 9
    ปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความยุติธรรมและเท่าเทียม โปร่งใส เคารพ ให้เกียรติพนักงานทุกคน
  • 10
    เคารพและคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการจ้างงาน โดยจะไม่บังคับใช้แรงงาน ไม่สนับสนุนการจ้างแรงงานเด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด

แนวทางการบริหารจัดการ

แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลของบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ในภาวะที่ธุรกิจมีการแข่งขันสูงและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ตระหนักดีว่าศักยภาพและคุณภาพของบุคลากรในองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับกระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้แก่องค์กร

แนวทางสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ได้แก่:

  • 1

    การปฏิบัติด้านแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    บริษัทให้ความสำคัญกับการปฏิบัติด้านแรงงานตามมาตรฐานกฎหมายแรงงาน และไม่สนับสนุนการใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานผิดกฎหมาย โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีข้อร้องเรียนใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานเด็ก นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการจ้างงานที่เป็นธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติทางเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ภูมิลำเนา หรือความพิการ

  • 2

    การสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพบุคลากร

    บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและความรู้ของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานและรองรับการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ โดยมีการจัดการฝึกอบรมทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

  • 3

    การดูแลความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

    บริษัทใส่ใจในความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน โดยดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

  • 4

    การส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร

    บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร (Employee Engagement) โดยส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นความเคารพซึ่งกันและกัน การสนับสนุนการทำงานเป็นทีม และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร

  • 5

    การปฏิบัติตามหลักจริยธรรมและสิทธิมนุษยชน

    บริษัทปฏิบัติตามหลักจริยธรรมอย่างเคร่งครัด และมุ่งมั่นหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ เช่น การเลือกปฏิบัติ การคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการใช้แรงงานที่ผิดกฎหมาย

  • 6

    การรักษาและพัฒนาบุคลากรในระยะยาว

    บริษัทมีแผนการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มุ่งเน้นการรักษาพนักงานที่มีทักษะและความสามารถให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว พร้อมทั้งพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่องเพื่อลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากร

ด้วยแนวทางดังกล่าว บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ยังคงเดินหน้าสร้างความยั่งยืนในการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้บุคลากรของบริษัทเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จในอนาคต และเป็นแบบอย่างที่ดีในวงการธุรกิจต่อไป

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

การดำเนินงานในปีที่ผ่านมา บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ได้มุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชนที่ได้กำหนดขึ้นมาอย่างเคร่งครัด โดยมีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานในทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและสวัสดิภาพของพนักงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรสามารถปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องได้อย่างเต็มที่ โดยตลอดทั้งปีที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นธรรม มีความปลอดภัย และคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือที่ดีระหว่างองค์กรและพนักงาน รวมทั้งยังสามารถรักษามาตรฐานการดำเนินงานในด้านสิทธิแรงงานที่ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับพนักงานและองค์กรโดยรวม ดังนี้

การจ้างงานที่เป็นธรรมและการให้โอกาสอย่างเท่าเทียม

เจ เอ็ม ที มุ่งมั่นในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ด้วยหลักการสำคัญในการจ้างงานที่เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพนักงานทุกคน จึงได้กำหนดนโยบายการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อใช้เป็นหลักปฏิบัติและแนวทางปฏิบัติให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน และกำหนดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักปฏิบัติให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปปรับใช้ โดยดูแลถึงผลตอบแทนและสวัสดิการต่างๆไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด

ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการจ้างงาน

เจ เอ็ม ที ยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการทำงาน ความสมัครใจ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงานทุกคน บริษัทไม่สนับสนุนการใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานที่มีอายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ และการศึกษา จึงจัดให้มีนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนในการป้องกันการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ การคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน อีกทั้งยังจัดให้มีกลไกการร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสที่เป็นธรรม โปร่งใส และมีการคุ้มครองผู้ร้องเรียน เพื่อให้พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างมั่นใจ

การดูแลสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานและสวัสดิการของพนักงาน

บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเคารพและคุ้มครองสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานของพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยยึดถือการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสากลอย่างเคร่งครัด

บริษัทดำเนินการดูแลให้พนักงานได้รับค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสวัสดิการต่าง ๆ อย่างครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งกำหนดเวลาทำงาน เวลาพัก และวันหยุดประจำปีอย่างเหมาะสม รวมถึงสิทธิการลาคลอดและการลาเพื่อดูแลบุตรตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการและสิทธิของพนักงาน โดยตระหนักว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อความสำเร็จและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร บริษัทจึงจัดสวัสดิการที่ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพ การเงิน ความปลอดภัย และความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ความมั่นคง และความพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน

ความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียม

บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นส่งเสริมความหลากหลายและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้แก่พนักงานทุกคน โดยยึดหลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความแตกต่าง และความเสมอภาค โดยไม่เลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ความพิการ สถานะครอบครัว หรือคุณลักษณะส่วนบุคคลอื่นใด

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นธรรมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การสรรหา การว่าจ้าง การพัฒนา การประเมินผล การเลื่อนตำแหน่ง และการให้ค่าตอบแทน รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และเอื้อต่อการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ เพื่อให้ทุกคนสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าความหลากหลาย และโอกาสที่เท่าเทียมเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง ส่งเสริมนวัตกรรม การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว

จำนวนพนักงานเพศหญิง
ร้อยละ 73.41
จำนวนพนักงานเพศชาย
ร้อยละ 26.59
อัตราส่วนค่าจ้างและค่าตอบแทนพื้นฐานของพนักงานหญิงเทียบกับพนักงานชาย ในปี 2568
0.85 : 1

ค่าจ้างที่เป็นธรรม

บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการบริหารค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม โดยยึดหลักความเสมอภาค โปร่งใส และสามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรมเดียวกัน บริษัทกำหนดอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งพิจารณาค่าตอบแทนจากปัจจัยที่สะท้อนถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และผลงานของพนักงานแต่ละราย โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจากเพศ อายุ สถานภาพ หรือความแตกต่างอื่นใด เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการทำงานและส่งเสริมความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเป็นธรรม

บริษัทมีการกำหนดโครงสร้างค่าจ้างและค่าตอบแทนพื้นฐานตามตำแหน่งงาน ระดับงาน และผลการปฏิบัติงาน โดยไม่คำนึงถึงเพศสภาพ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและโอกาสที่เท่าเทียมในการทำงาน ทั้งนี้ บริษัทมีการติดตามและทบทวนอัตราส่วนค่าจ้างและค่าตอบแทนพื้นฐานของพนักงานหญิงและชายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายและแนวปฏิบัติด้านค่าตอบแทนสอดคล้องกับหลักการไม่เลือกปฏิบัติ และสนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพความหลากหลาย อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์อัตราส่วนค่าจ้างและค่าตอบแทนพื้นฐานของพนักงานหญิงเทียบกับพนักงานชาย พบว่าอยู่ที่ระดับ 0.85 ซึ่งสะท้อนว่าค่าจ้างเฉลี่ยของพนักงานหญิงอยู่ที่ประมาณร้อยละ 85 ของพนักงานชาย โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการกำหนดค่าตอบแทนตามความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ลักษณะงาน และผลการปฏิบัติงาน โดยไม่เลือกปฏิบัติจากเพศ

ส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการ

เจ เอ็ม ที ตระหนักถึงศักยภาพของผู้พิการในการเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานที่มีคุณค่า จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมโอกาสในการจ้างงานอย่างเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ โดยสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการในตำแหน่งที่เหมาะสมกับความสามารถเฉพาะบุคคล

บริษัทดำเนินการจัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ รวมถึงการส่งเสริมในเรื่องความเท่าเทียมให้แก่พนักงาน เพื่อให้พนักงานมีทัศนคติที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายและความแตกต่าง เกิดการอยู่ร่วมกันในองค์กรอย่างกลมกลืน บริษัทมุ่งหวังให้พนักงานผู้พิการมีโอกาสในการทำงาน สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืนและเคารพในศักดิ์ศรีของทุกชีวิตอย่างแท้จริง

ในปี 2568 บริษัทมีการจ้างงานผู้พิการรวมจำนวนทั้งสิ้น 22 คน

การพัฒนาความผูกผันและการรักษาพนักงาน

บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวร์ค จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) และการรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพในระยะยาว โดยเชื่อมั่นว่าพนักงานเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทจึงได้กำหนดแผนการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความสุข การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในทุกระดับ

รวมไปถึงการส่งเสริมความผูกพันของพนักงานผ่านการสื่อสารภายในองค์กรอย่างเปิดกว้าง การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของพนักงาน รวมถึงการจัดกิจกรรมที่เสริมสร้างความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งกิจกรรมสันทนาการ กิจกรรมสร้างทีม และกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและความภาคภูมิใจในการเป็นพนักงานของบริษัท

ในปี 2568 บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวร์ค จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการประเมินความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร (Employee Engagement Survey) โดยมีพนักงานเข้าร่วมตอบแบบสอบถามและได้คะแนนความผูกพันเฉลี่ยอยู่ที่ ร้อยละ 76.60

การพัฒนาศักภาพและส่งเสริมความก้าวหน้าแก่พนักงาน

ในปี 2568 จำนวนชั่วโมงการอบรมและพัฒนาบุคลากรเฉลี่ย
32 ชั่วโมง/คน/ปี
มีค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมรวม
893,954.36 บาท

การบริหารด้านทรัพยากรบุคคลของ เจ อ็ม ที อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในระดับองค์กร โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลบริษัทตระหนักดีว่าการลงทุนในการฝึกอบรม และพัฒนาพนักงานไม่เพียงแค่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างบุคลากรที่มีทักษะความสามารถให้กับองค์กรอีกด้วย บริษัท จึงจัดให้มีโครงการพัฒนาทักษะที่หลากหลายและครอบคลุมเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทั้งในด้านทักษะส่วนบุคคลและเส้นทางอาชีพของพนักงาน โดยเริ่มจากการระบุช่องว่างทางทักษะ (Skill gaps) ฝึกอบรมทักษะเดิม (Upskilling) และเพิ่มเติมทักษะใหม่ (Reskilling) เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทั้งหมดมีชุดทักษะสำคัญที่สัมพันธ์กับกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ทางธุรกิจของบริษัท ซึ่งการพัฒนาศักยภาพของพนักงานเป็นประเด็นสำคัญของบริษัท พร้อมทั้งสนับสนุนระบบการประเมินผลและความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างโปร่งใส เพื่อเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว